สัมภาษณ์คุณกิตติพงษ์ บุรณศิริ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดย ดร.นงค์นาถ ห่านวิไล
ดร.นงค์นาถ: มติครม. เมื่อเร็วๆ นี้ ได้อนุมัติโครงการค้ำประกันสินเชื่อระยะที่ 11 มีรายละเอียดที่น่าสนใจอะไรบ้าง
คุณกิตติพงษ์ : นับเป็นข่าวดีของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลังจากที่ทางกระทรวงการคลังออกมาตรการทางการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ต้องขอบคุณรัฐบาลครับ มั่นใจว่าเป็นโครงการที่ตอบโจทย์การเข้าถึงสินเชื่อในขณะนี้ ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยใช้หลาย ๆ มาตรการ และหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การค้ำประกันของ บสย.
รอบนี้กระทรวงการคลังออก 2 มาตรการ ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา คือ อนุมัติโครงการค้ำประกันสินเชื่อ ระยะที่ 11 (PGS11) “บสย. SMEs ยั่งยืน” และโครงการอิกไนต์ ไทยแลนด์
สำหรับโครงการ PGS11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” วงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อรายสูงสุด 40 ล้านบาท รวมทุกสถาบันการเงิน ฟรีค่าธรรมเนียม 2 ปีแรก ค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน เฉลี่ยไม่เกิน 1.75% ต่อปี ตลอดทั้งโครงการอายุการค้ำประกันสูงสุด 10 ปี ระยะเวลารับคำขอค้ำฯ ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568
ดร.นงค์นาถ : กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้เป็นกลุ่มใดบ้าง
คุณกิตติพงษ์ : บสย. ได้ดีไซน์โพรดักส์โครงการนี้ให้ตอบโจทย์ครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มร้านค้ารายย่อย/อาชีพอิสระ ที่เพิ่งเริ่มกิจการ หรือกลุ่มที่ไม่เคยมีสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงินมาก่อน (NEW GEN / START-UP) 2.กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ร้านค้า และอาชีพอิสระ ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ 3.กลุ่มธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (BCG หรือ ESG) 4.กลุ่มอิกไนต์ ไทยแลนด์ (IGNITE THAILAND) ซึ่งครอบคลุมนิติบุคคล บริษัท ห้างหุ้นส่วนฯ และบุคคลธรรมดา ที่ต้องการเงินลงทุน หรือเป็นทุนหมุนเวียน เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่าย/ผลิตสินค้า ซึ่งโครงการ IGNITE จะครอบคลุมธุรกิจท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การแพทย์ อาหาร การเงิน การบิน ขนส่ง และยานยนต์ เป็นต้น
สำหรับโครงการนี้จะช่วยเหลือผู้ประกอบการได้มากทีเดียว ขอเชิญชวนทั้งผู้ประกอบการใหม่ และเอสเอ็มอีที่ต้องการต่อยอดกิจการ เพราะจะช่วยลดต้นทุน ยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อเริ่มต้นที่ 2 ปีแรก
นอกจากนี้ เรายังมีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วไปด้วยนะครับ หรือธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่รายย่อย, ธุรกิจใหม่, IGNITE และ GREEN คือโพรดักส์ Bilateral 7 (BI7) วงเงินค้ำประกันต่อราย 200,000 – 100 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราค่าธรรมเนียมเพียง 1.75% ต่อปี และยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประสินเชื่อใน 2 ปีแรก
ดร.นงค์นาถ :โครงการ PGS11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” นี้ คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือ เอสเอ็มอี ได้ประมาณกี่ราย ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง
คุณกิตติพงษ์ : บสย. มั่นใจว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้สินเชื่อกว่า 77,000 ราย คาดว่า กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมและก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบได้มากกว่า 60,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานราว 300,000 ตำแหน่ง
ดร.นงค์นาถ : บสย.พร้อมเปิดรับคำขอค้ำประกันได้ช่วงไหน
คุณกิตติพงษ์ : สถาบันการเงินรับรู้แล้วครับ โดยต้นเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ บสย. จะมีการเซ็น MOU กับสถาบันการเงิน พร้อมกับเปิดรับคำขอค้ำประกันได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ หากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือใครที่สนใจสามารถสอบถามเบื้องต้นก่อนได้นะครับ ใครที่คิดหรือวางแผนเริ่มต้น หรือกำลังหาแนวทาง ทำธุรกิจ สามารถปรึกษาทางศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน บสย. เรามีผู้เชี่ยวชาญที่จะเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษาทุกด้าน ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ วิเคราะห์สินเชื่อ หรือสอบถามที่ บสย. Call Center 02-890-9999 บสย. เพิ่มความสะดวกให้กับทุกท่านผ่านช่องทาง LINE OA @tcgfirst สามารถแอ็ดไลน์เข้ามากันได้ครับ ตรวจสุขภาพทางการเงินก่อนก็ได้ครับ ลงทะเบียนฟรี 24 ชั่วโมง
ดร.นงค์นาถ : นอกจากโปรดักส์แล้ว บสย.มีมาตรการใดที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอี อีกบ้าง
คุณกิตติพงษ์ : ต้องยอมรับนะครับว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤต COVID-9 เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบ บสย. ได้ออกมาตรการ“บสย. พร้อมช่วย” หรือมาตรการ 3 สี ม่วง เหลือง เขียว แก้หนี้ยั่งยืน ช่วยลูกหนี้ประคองกิจการ ยืดหยุ่นผ่อนน้อย เบาแรง ดอกเบี้ย 0%
จุดเด่นของมาตรการ“บสย. พร้อมช่วย” เน้นความยืดหยุ่นการชำระหนี้ 3 ระดับ ตามความสามารถในการชำระ คือ 1.ยืดหยุ่นโดยตัดเงินต้น 20% และตัดดอกเบี้ย 80% ระยะผ่อนชำระ 5 ปี 2.ผ่อนน้อย เบาแรง หนี้ลดหมดแน่นอนโดยเริ่มต้นชำระครั้งแรกเพียง 1% ของยอดหนี้ โดยนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด ส่วนวงเงินที่เหลือ ระยะผ่อนชำระ 5 ปี 3.ดอกเบี้ย 0% โดยชำระครั้งแรก 10% ซึ่งจะนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด ระยะผ่อนชำระ 7 ปี
ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งที่เป็นลูกค้า บสย. หรือ ไม่ใช่ลูกค้า บสย. สามารถโทรศัพท์มาสอบถามการเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ผ่านช่องทาง บสย. Call Center 02-890-9999 หรือลงทะเบียนฟรี 24 ชั่วโมง ผ่าน Line @tcgfirst